☰ เมนู

Co-Founder · Olive De Casa
Nattida Ingavatณัฐธิดา อิงคะวัตผู้ร่วมก่อตั้ง Olive De Casa
“ต้นมะกอกโอลีฟมีความหมายมากกว่าไม้ประดับสวน เพราะเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเอกลักษณ์และกักเก็บเรื่องราวแห่งกาลเวลาเอาไว้”
จากความหลงใหลที่เริ่มต้นระหว่างการเดินทาง สู่ความตั้งใจในการคัดเลือกและดูแลต้นโอลีฟในประเทศไทย
สำหรับณัฐธิดา อิงคะวัต ต้นมะกอกโอลีฟมีความหมายมากกว่าแค่ไม้ประดับสวน เพราะมันคือสิ่งมีชีวิตที่มีเอกลักษณ์และกักเก็บเรื่องราวแห่งกาลเวลาเอาไว้ มุมมองนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เธอได้มีโอกาสเดินทางไปยุโรปเป็นประจำจากงานที่ทำ และสัมผัสถึงเสน่ห์ของต้นโอลีฟด้วยตัวเองจนเกิดความสนใจ ว่าต้นโอลีฟที่ยุโรป เหล่านี้ จะสามารถปลูกในประเทศไทยได้บ้างไหม ?
จุดเริ่มต้นของเธอมาจากการนำเข้าต้นโอลีฟเพียงต้นเดียว มาทดลองปลูกที่บ้าน เพื่อเรียนรู้วิธีดูแลและทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เมื่อยิ่งคลุกคลี ความสนใจก็ยิ่งเพิ่มขึ้น เธอจึงศึกษาอย่างจริงจัง ตั้งแต่เรื่องสายพันธุ์ วิธีการคัดเลือกโดยตรงจากผู้ผลิต การนำเข้า ไปจนถึงขั้นตอนการปรับสภาพให้ต้นไม้พร้อมเติบโตในประเทศไทยให้สมบูรณ์ที่สุด
ความหลงใหลนี้ได้พัฒนามาเป็น Olive De Casa ธุรกิจที่ตั้งใจคัดสรรต้นโอลีฟคุณภาพดีและมีรูปทรงเฉพาะตัว เราตั้งใจในการคัดเลือกต้นที่แข็งแรงที่สุด โดยดูแลครบทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การเลือกต้นจากแหล่งปลูก ( Field )โดยตรง เรามีกระบวนการนำเข้าและพักฟื้น ตลอดจนการขนย้าย ลงปลูก และให้คำแนะนำการดูแลหลังการปลูกแล้วในระยะยาว
มองต้นไม้แต่ละต้นให้มากกว่าขนาดและอายุ
สิ่งที่ณัฐธิดาให้ความสำคัญเวลาเลือกต้นโอลีฟ คือรายละเอียดเฉพาะตัวของแต่ละต้น ไม่ว่าจะเป็นฟอร์มของลำต้น ลีลาของกิ่ง ทรงพุ่ม ความสมบูรณ์ของระบบราก และใบ รวมถึงความเข้ากันได้กับพื้นที่ปลูก เพราะไม้แต่ละต้นมี Characters ที่ต่างกัน ต้นที่สวยงามสำหรับบ้านหลังหนึ่ง อาจจะไม่ได้เหมาะกับของสไตล์ของสวนอีกแห่งเสมอไป
การตัดสินใจเลือกจึงต้องดูทั้งตัวต้นไม้และสภาพแวดล้อมรอบข้างประกอบกัน ทั้งเรื่องจุดที่จะลงปลูก ทิศทางแสง ขนาดพื้นที่ และสไตล์ของสวน เพื่อให้ต้นโอลีฟกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
จากต้นกำเนิดสู่บ้านในประเทศไทย
เบื้องหลังความสวยงามของต้นโอลีฟแต่ละต้นต้องผ่านกระบวนการมากมาย เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกจากต้นทาง เตรียมการขนส่งระหว่างประเทศ การพักฟื้นปรับตัวให้เข้ากับภูมิอากาศใหม่ รวมถึงการวางแผนขนย้ายและลงปลูกในพื้นที่จริง
ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง Olive De Casa ณัฐธิดาได้ทำงานใกล้ชิดกับผู้ผลิตในแต่ละภูมิภาค เพื่อควบคุมคุณภาพตลอดทุกขั้นตอน หน้าที่ของเธอจึงครอบคลุมมากกว่าแค่หาต้นไม้ที่สวย แต่คือการเตรียมต้นไม้ให้พร้อมที่สุด และส่งมอบความรู้ให้เจ้าของสามารถดูแลต่อไปได้จริง
ความหมายของต้นโอลีฟสำหรับเธอ
“ต้นโอลีฟไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบที่สุด แต่ควรเป็นต้นที่เมื่ออยู่ในพื้นที่นั้นแล้ว รู้สึกราวกับว่ามันควรอยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่แรก”
สำหรับณัฐธิดา คุณค่าของต้นโอลีฟเก่าแก่อยู่ที่การสะท้อนเรื่องราวของกาลเวลาและการเติบโต ร่องรอยตามลำต้นหรือฟอร์มกิ่งก้าน คือศิลปะตามธรรมชาติที่สร้างเลียนแบบไม่ได้ เธอจึงมองต้นไม้นี้เป็น Living Asset หรือ “สินทรัพย์ที่มีชีวิต” ที่จะเติบโตไปพร้อมกับบ้าน และพร้อมส่งต่อคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น
ณัฐธิดา อิงคะวัต (Nattida Ingavat) คือผู้ร่วมก่อตั้ง Olive De Casa ผู้ดูแลงานด้านการคัดเลือก นำเข้า ปรับสภาพ และรับปลูกต้นมะกอกโอลีฟในประเทศไทย ด้วยความตั้งใจที่อยากให้ต้นไม้ทุกต้นเหมาะสมกับทั้งพื้นที่และไลฟ์สไตล์ของผู้ครอบครองอย่างแท้จริง
อ่านบทสัมภาษณ์ Nattida Ingavat ใน Tatler Asia ↗