คำแนะนำการเลือกสายพันธุ์

บทความแนะนำสายพันธ์ุ จาก Olive De Casa

มะกอกมีกี่ชนิด? พาดูสายพันธุ์ไหนนิยมปลูกในไทยมากที่สุด

มะกอกมีกี่ชนิด

ต้นมะกอกโอลีฟถือเป็นไม้มงคลและไม้ประดับที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน หลายคนที่กำลังสนใจอยากนำมาตกแต่งบ้าน หรือจัดสวนมักจะเกิดคำถามว่า มะกอกมีกี่ชนิด และควรเลือกปลูกแบบไหนดีให้รอด และเติบโตสวยงามในสภาพอากาศของประเทศไทย บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึงสายพันธุ์มะกอกยอดฮิต พร้อมไขข้อสงสัยว่า สายพันธุ์ไหนที่เหมาะกับการปลูกในไทยมากที่สุด

4 สายพันธุ์มะกอกโอลีฟยอดนิยม

มะกอกบนโลกนี้มีหลากหลายร้อยสายพันธุ์ แต่สำหรับสายพันธุ์ที่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับ และสามารถเติบโตได้ดี มีลักษณะลำต้นและใบที่สวยงามโดดเด่น มักจะอยู่ในกลุ่มสายพันธุ์หลัก ๆ ดังต่อไปนี้

ต้นมะกอกสายพันธุ์ Hojiblanca

1. สายพันธุ์ Arbequina

Arbequina (อาร์บิคินา) เป็นสายพันธุ์ที่มีถิ่นกำเนิดจากประเทศสเปน โดดเด่นด้วยทรงพุ่มที่สวยงาม ใบมีขนาดเล็ก และมีสีเขียวอมเทาเงิน เติบโตได้ค่อนข้างเร็ว และทนทานต่อสภาพอากาศที่หลากหลาย ถือเป็นต้นมะกอกโอลีฟ ที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับการนำมาตกแต่งสวนสไตล์ยุโรป หรือสวนสไตล์มินิมอล

2. สายพันธุ์ Hojiblanca

Hojiblanca (โฮจิบลังกา) อีกหนึ่งสายพันธุ์ดังจากสเปน ชื่อนี้มีความหมายว่า “ใบไม้สีขาว” ตามลักษณะเด่นของหลังใบที่มีสีเหลือบเงินสว่างชัดเจน เมื่อกระทบกับแสงแดดจะดูสวยงามสะดุดตา ลำต้นแข็งแรง และมีรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการไม้ประธานในสวนที่ดูหรูหรา

3. สายพันธุ์ Farga

Farga (ฟาร์กา) เป็นสายพันธุ์มะกอกโบราณที่มักพบเห็นในรูปแบบของต้นไม้อายุหลายร้อยปี ลำต้นมีลวดลายความคดเคี้ยวสวยงามราวกับงานประติมากรรมตามธรรมชาติ สายพันธุ์นี้มีความแข็งแรงทนทานสูงมาก แต่เนื่องจากเป็นไม้ฟอร์มใหญ่และมีอายุมาก ผู้ปลูกจึงควรศึกษาวิธีการดูแลต้นโอลีฟอย่างถูกต้อง เพื่อให้ต้นไม้คงความสมบูรณ์ และสวยงามไปได้นานแสนนาน

4. สายพันธุ์ Leccino

Leccino (เลคชิโน) สายพันธุ์ยอดฮิตจากประเทศอิตาลี มีจุดเด่นที่การเจริญเติบโตง่าย ทรงพุ่มแผ่กว้างสวยงาม และสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดีเยี่ยม ใบมีสีเขียวเข้มสวยงาม เป็นสายพันธุ์ที่ทนทานต่อโรคและแมลงได้ดี จึงเหมาะสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มปลูก

มะกอกโอลีฟสายพันธุ์ไหนนิยมปลูกในไทยมากที่สุด?

ถ้าพูดถึงสายพันธุ์ที่คนไทยนิยมปลูกกันมากที่สุด คงต้องยกให้ Arbequina กับ Leccino เลย เพราะสองพันธุ์นี้อึดและทนอากาศร้อน ๆ ของบ้านเราได้สบายมาก แถมยังปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้เก่ง ปลูกแล้วใบไม่ค่อยร่วงให้กวนใจ ที่สำคัญคือฟอร์มต้นสวย มีให้เลือกหลายขนาด จะเอาไปปลูกลงดินจัดสวนหน้าบ้าน  หรือปลูกใส่กระถางตกแต่งคาเฟ่แ ละมุมพักผ่อนในบ้านก็เข้ากันไปหมด ส่วนใครที่กำลังเล็ง ๆ ไว้และอยากรู้ว่าต้องเริ่มต้นยังไง ลองแวะไปดู 5 วิธีปลูกต้นโอลีฟกันก่อนได้ จะได้เตรียมตัวและดูแลต้นไม้ให้อยู่รอดสวยงามไปนาน ๆ

เลือกต้นมะกอกให้เข้ากับพื้นที่

เลือกต้นมะกอกที่ใช่ สไตล์คุณกับ Olive de Casa

การเลือกต้นมะกอกให้เข้ากับพื้นที่และสไตล์ของบ้าน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างมุมพักผ่อนที่ดูดีมีสไตล์ พอเราได้รู้กันไปแล้วว่า มะกอกมีกี่ชนิด และพอจะเล็งได้แล้วว่าสายพันธุ์ไหนที่ตอบโจทย์ ลองแวะมาเลือกต้นที่ใช่กันได้ที่ Olive de Casa เรามีต้นมะกอกนำเข้าสายพันธุ์แท้ ฟอร์มสวย ๆ ให้เลือกเพียบ ครบทุกขนาดตามที่ต้องการ แถมยังมีทีมงานคอยให้คำปรึกษา และแนะนำวิธีดูแลกันแบบใกล้ชิด รับรองว่า ได้ต้นไม้ที่แข็งแรงไปช่วยเติมเต็มบรรยากาศอบอุ่น ๆ ให้กับบ้านได้อย่างแน่นอน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

มะกอกโอลีฟที่ปลูกในไทยสามารถออกลูกได้จริงไหม?

สามารถออกลูกได้ หากต้นไม้ได้รับแสงแดดที่เพียงพอและมีความสมบูรณ์ แต่เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยไม่มีฤดูหนาวที่เย็นจัด และยาวนานเหมือนในยุโรป ปริมาณการติดผลจึงอาจไม่ได้ดกมากนักเมื่อเทียบกับถิ่นกำเนิดดั้งเดิม การปลูกในไทยจึงเน้นไปที่ความสวยงามของทรงต้นและใบเป็นหลัก

สามารถปลูกในบ้าน (Indoor) ได้ แต่ต้องเป็นบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึงอย่างน้อย 6 – 8 ชั่วโมงต่อวัน เช่น ริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่ หรือใต้หลังคา Skylight เนื่องจากต้นมะกอกเป็นไม้ชอบแดดจัด หากได้รับแสงไม่เพียงพออาจทำให้ต้นทิ้งใบและอ่อนแอลงได้

ไม่เหมือนกัน มะกอกไทย (Olive plum) และมะกอกฝรั่ง (Olive) เป็นพืชที่อยู่คนละวงศ์กันอย่างสิ้นเชิง มะกอกไทยมักพบในป่าเบญจพรรณ มีผลรสเปรี้ยวอมฝาดนิยมนำมาใส่ในส้มตำ ส่วนมะกอกฝรั่ง คือต้นโอลีฟที่มีใบสีเขียวเหลือบเงิน นิยมสกัดน้ำมันและใช้ตกแต่งสวนสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน

Olive De Casa
Olive De Casa Logo - Olive Tree

Olive De Casa

Your Happiness Is Our Passion

©2026 By Olive De Casa.