คำแนะนำการเลือกสายพันธุ์
บทความแนะนำสายพันธ์ุ จาก Olive De Casa
ต้นมะกอกโอลีฟกลายเป็นไม้ยืนต้นยอดนิยมที่เหล่าคนรักสวนและนักจัดภูมิสถาปัตย์เลือกใช้เพื่อเพิ่มความหรูหราให้กับสวนสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนให้กับบ้านและโครงการต่าง ๆ แม้จะมีถิ่นกำเนิดจากแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่มีอากาศหนาวเย็นและแห้ง แต่ต้นโอลีฟก็สามารถเติบโตและแผ่กิ่งก้านอย่างสง่างามในประเทศไทยได้ หากเข้าใจธรรมชาติและการดูแลอย่างถูกวิธี ดังนั้นในบทความนี้ Olive de Casa เราจะขอพาคุณไปเจาะลึกเทคนิคการดูแลต้นโอลีฟ เพื่อให้ต้นไม้ของคุณทรงสวยและแข็งแรงอยู่เสมอ
การทำให้ต้นไม้ฟอร์มสวยและใบสีเขียวเงินท่ามกลางสภาพอากาศเมืองไทย จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจพื้นฐานเรื่องแสง แดดและความชื้น ซึ่งการดูแลต้นโอลีฟให้ประสบความสำเร็จเริ่มต้นจาก 4 ปัจจัยหลักดังนี้
ดินคือหัวใจสำคัญ เพราะต้นโอลีฟไม่ค่อยชอบน้ำขังและความชื้นแฉะที่โคนราก ดังนั้นดินที่ใช้ควรเป็นดินที่ระบายน้ำได้ดีเยี่ยม (Well-drained soil) แนะนำให้ผสมดินร่วนเข้ากับทรายหยาบ หินภูเขาไฟหรือแกลบ เพื่อให้มีช่องว่างทางอากาศ หากปลูกลงดินควรทำเนินดินขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อป้องกันน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน
แม้ต้นโอลีฟจะเป็นไม้ที่ทนแล้งได้ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องรดน้ำก็ได้ หลายคนมักเข้าใจว่าโอลีฟเป็นพันธุ์ไม้ที่ชอบความแห้ง จึงรดน้ำน้อยหรือไม่ค่อยรดเลย ความจริงแล้วต้นโอลีฟสามารถทนแล้งได้ แต่หากต้องการให้ต้นฟอร์มสวยงาม สมบูรณ์ และดูงามตามธรรมชาติ ต้นโอลีฟก็ยังเ็นไม้ที่ต้องการน้ำอย่างเหมาะสม ควรรดน้ำให้ชุ่มแต่ไม่แฉะ และไม่ควรรดน้ำจนน้ำขังบริเวณโคนต้น เพราะอาจทำให้รากเน่าได้ ทั้งนี้ ควรรอให้หน้าดินเริ่มแห้งก่อนจึงรดน้ำครั้งถัดไป ในช่วงหน้าร้อนสามารถรดน้ำได้ทุกวันหรือวันเว้นวัน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและพื้นที่ปลูก ส่วนหน้าฝนควรลดความถี่และระวังปริมาณน้ำฝนที่มากเกินไปจนอาจทำให้รากเน่าได้
เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตและรักษาสีใบให้เขียวสด ควรใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น 16-16-16 หรือปุ๋ยละลายช้า (Osmocote) ทุก ๆ 3 – 6 เดือน นอกจากนี้การเสริมธาตุอาหารรองอย่างแคลเซียมและแมกนีเซียมจะช่วยให้โครงสร้างกิ่งก้านแข็งแรงและทนทานต่อสภาพอากาศได้ดียิ่งขึ้น
การตัดแต่งกิ่งไม่ใช่แค่เรื่องความงาม แต่เป็นการถ่ายเทอากาศ ลดการสะสมของศัตรูพืชและยังช่วยให้แสงแดดส่องถึงกิ่งด้านใน ทั้งนี้ควรตัดกิ่งที่แห้ง กิ่งที่เป็นโรคหรือกิ่งที่ขึ้นซ้อนทับกันทิ้ง เพื่อรักษาฟอร์มของ ต้นมะกอกโอลีฟให้ดูโปร่งและสง่างามอยู่ตลอดเวลา
จุดเริ่มต้นของการปลูกต้นโอลีฟให้สวยงามและแข็งแรง ไม่ได้อยู่ที่ขั้นตอนการดูแลเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มตั้งแต่การเลือกต้นไม้ที่มีคุณภาพ ต้นโอลีฟที่ผ่านการปรับสภาพ (Acclimatized) ให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทยแล้ว จะสามารถตั้งตัวได้เร็วกว่า มีระบบรากที่สมบูรณ์และตอบสนองต่อการดูแลได้ดีกว่า
ในทางกลับกัน ต้นโอลีฟที่เพิ่งนำเข้าและยังไม่ผ่านการพักฟื้น มักมีความเครียดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมสูง เสี่ยงต่อปัญหาใบเหลือง ใบร่วงหรือการชะงักของการเจริญเติบโต เพราะฉะนั้นการเลือกต้นมะกอกโอลีฟจากแหล่งที่เชื่อถือได้จึงช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ ทำให้ต้นไม้มีความแข็งแรงตั้งแต่เริ่มปลูก และช่วยให้การดูแลในระยะยาวเป็นเรื่องง่าย ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายสำหรับเจ้าของบ้านหรือโครงการในอนาคต
ที่ Olive de Casa เราคือศูนย์รวมต้นมะกอกโอลีฟนำเข้าจากยุโรปที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าปริมาณ ทุกต้นผ่านการคัดเลือกอย่างพิถีพิถันจากแหล่งกำเนิดที่มีชื่อเสียงด้านการเพาะปลูกโอลีฟ โดยพิจารณาทั้งสายพันธุ์ โครงสร้างลำต้น ระบบรากและรูปทรงโดยรวม เพื่อให้ได้ต้นโอลีฟที่มีเอกลักษณ์ สวยงาม และมีคุณค่าทางสุนทรียภาพ
ก่อนส่งมอบ ต้นโอลีฟทุกต้นผ่านการดูแลและปรับสภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้พร้อมเติบโตในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย ลดความเสี่ยงในการช็อกจากสภาพแวดล้อม และช่วยให้ต้นไม้ตั้งตัวได้อย่างมั่นคงตั้งแต่วันแรกที่ปลูก อีกทั้งเรายังให้ความสำคัญกับการจัดวาง การติดตั้งและบริการการดูแลหลังการขายอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ต้นโอลีฟกลายเป็นส่วนหนึ่งของบ้านหรือโครงการอย่างกลมกลืน เราเชื่อว่าต้นโอลีฟไม่ใช่เพียงไม้ประดับ แต่คือผลงานศิลปะจากธรรมชาติที่สะท้อนรสนิยม และจะเติบโตเคียงคู่พื้นที่ของคุณอย่างสง่างามไปอีกยาวนาน
การดูแลต้นโอลีฟในประเทศไทยไม่ใช่เรื่องยาก หากเข้าใจความต้องการพื้นฐานของพืชชนิดนี้อย่างถูกต้อง ทั้งเรื่องการระบายน้ำที่ดี การได้รับแสงแดดอย่างเพียงพอ และการตัดแต่งกิ่งอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาทรงพุ่มให้โปร่งและแข็งแรง เมื่อดูแลได้ตรงจุด ต้นโอลีฟจะสามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างมั่นคงในสภาพอากาศร้อนชื้น
อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเลือกต้นโอลีฟที่มีคุณภาพตั้งแต่เริ่มต้น ต้นไม้ที่ผ่านการดูแลและปรับสภาพมาแล้วอย่างเหมาะสม จะตั้งตัวได้ง่าย แข็งแรงและเกิดปัญหาน้อยในระยะยาว ทำให้การดูแลไม่ยุ่งยาก เมื่อทุกปัจจัยลงตัว ต้นโอลีฟจะช่วยเติมพื้นที่สีเขียวให้ดูสวยงาม มีเสน่ห์และสะท้อนรสนิยมของเจ้าของพื้นที่ได้อย่างชัดเจน พร้อมเติบโตและอยู่คู่บ้านไปได้อีกยาวนาน
ในสภาพอากาศเมืองไทย ควรรดน้ำ 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือรดเมื่อหน้าดินแห้งลึกลงไปประมาณ 1 – 2 นิ้ว โดยรดให้ชุ่มถึงระดับรากแต่ต้องไม่มีน้ำขังอยู่ที่โคนต้น
ปลูกได้และเติบโตได้ดีมาก โดยต้องเลือกกระถางที่มีรูระบายน้ำขนาดใหญ่และมีขนาดสมดุลกับทรงพุ่ม การปลูกในกระถางยังช่วยให้ควบคุมปริมาณน้ำและเคลื่อนย้ายไปรับแสงแดดได้สะดวกกว่าการปลูกลงดิน
ควรใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ 16-16-16 หรือปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ควรใส่ปุ๋ยให้ต้นโอลีฟเดือนละ 1 ครั้ง ทั้งนี้ หลีกเลี่ยงการใส่ปุ๋ยในช่วงแดดจัดหรือดินแห้งเกินไป และรดน้ำหลังใส่ปุ๋ยทุกครั้ง เพื่อช่วยให้สารอาหารซึมลงสู่รากได้ดี
สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการรดน้ำมากเกินไปจนรากขาดอากาศหายใจ หรือเกิดจากการเปลี่ยนสถานที่ตั้งกะทันหันทำให้ต้นไม้ปรับตัวไม่ทัน (Shock) ควรตรวจสอบความชื้นในดิน และตรวจสอบว่าต้นไม้ได้รับแสงแดดเพียงพอหรือไม่
สามารถปลูกได้ดีมาก โดยเฉพาะในบริเวณที่ได้รับแสงแดดจัดตลอดทั้งวัน (Full Sun) หากจัดเตรียมวัสดุปลูกที่ระบายน้ำได้ดีและมีการดูแลที่เหมาะสม ต้นโอลีฟจะสามารถมีอายุยืนยาวและสวยงามได้