เมื่อ Olive De Casa และ Wit Little Tree ร่วมสร้าง Landscape ที่มีเรื่องราวเหนือกาลเวลา
สำหรับ Olive De Casa การเลือกต้นโอลีฟให้กับบ้านหนึ่งหลังไม่ได้จบเพียงคำว่า “สวย” แต่คือการเลือกต้นไม้ที่มีบุคลิก มีเรื่องราว และสามารถอยู่ร่วมกับสถาปัตยกรรมและสวนได้อย่างลงตัว
หนึ่งในโครงการที่เราประทับใจเป็นพิเศษ คือการคัดเลือกและลงปลูกต้นโอลีฟภายในบ้านของคุณญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ โดยทำงานร่วมกับ Wit Little Tree ซึ่งรับผิดชอบการออกแบบ Landscape หัวใจของงานครั้งนี้คือการคัดเลือกต้นโอลีฟหลายต้นให้แต่ละต้นมีบทบาทของตัวเอง ขณะเดียวกันก็ต้องเชื่อมโยงกันเป็นภาพรวมของสวนเดียวกัน
จากการเลือกต้นที่สวน สู่ต้นโอลีฟที่เป็นส่วนหนึ่งของบ้าน
ความพิเศษเริ่มต้นตั้งแต่วันที่คุณญาญ่าและแม่ปลาเดินทางมาเลือกต้นโอลีฟด้วยตัวเองที่สวน Olive De Casa

เราไม่ได้มองเพียงขนาดหรือความสมบูรณ์ของทรงต้น แต่พิจารณาทั้งบุคลิกของลำต้น ทิศทางของกิ่ง รูปทรง และมุมมองเมื่อนำไปวางจริง เพราะสำหรับต้นโอลีฟเก่าแก่ ไม่มีต้นใดมีรูปทรงเหมือนกันอย่างแท้จริง
หนึ่งในต้นที่โดดเด่นที่สุดของโครงการนี้คือต้นโอลีฟสายพันธุ์ Farga อายุมากกว่า 1,000 ปี ซึ่งมีฟอร์มเฉพาะตัวและหาได้ยาก ลำต้นที่ผ่านกาลเวลานับพันปีสร้างพื้นผิว ร่องรอย และรูปทรงที่ไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ คุณญาญ่าและแม่ปลาจึงเลือกต้นนี้ด้วยตัวเอง เพื่อให้เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของสวน
ดูภาพวันที่คุณญาญ่าเลือกต้น Farga ที่สวน Olive De Casa บน Instagram
เหตุผลที่ต้น Farga ต้นนี้เหมาะกับ Landscape
การเลือกต้นโอลีฟโบราณไม่ได้พิจารณาจากอายุเพียงอย่างเดียว รูปทรงของลำต้น ทิศทางกิ่ง ความสมดุลของทรงพุ่ม และมุมหลักที่มองเห็นจากพื้นที่ใช้งาน ล้วนมีผลต่อการตัดสินใจ
Farga ต้นนี้มีลำต้นที่แสดงร่องรอยของเวลาอย่างชัดเจน พร้อมโครงสร้างกิ่งที่สร้างมุมมองแตกต่างกันในแต่ละด้าน จึงสามารถทำหน้าที่เป็นต้นไม้ประธานของสวน และเชื่อมบรรยากาศของสถาปัตยกรรมเข้ากับ Landscape โดยรอบได้อย่างเป็นธรรมชาติ
สำหรับเรา ต้นไม้ที่เหมาะสมจึงไม่จำเป็นต้องมีรูปทรงสมมาตรที่สุด แต่ต้องมีสัดส่วน บุคลิก และทิศทางที่สัมพันธ์กับพื้นที่จริง
ความท้าทายของการขนย้ายและลงปลูกต้นโอลีฟขนาดใหญ่
ต้นไม้ที่มีอายุและขนาดระดับนี้ การปลูกไม่ใช่เพียงการขุดหลุมแล้วนำต้นไม้ลงปลูก ทีม Olive De Casa ต้องวางแผนตั้งแต่การขนย้าย การเข้าพื้นที่ การเตรียมหลุมปลูกและระบบระบายน้ำ ระดับการปลูก ตลอดจนทิศทางและองศาของต้นเมื่อมองจากจุดสำคัญภายในบ้าน
เราทำงานร่วมกับ Wit Little Tree เพื่อให้ตำแหน่งของต้นไม้แต่ละต้นไม่เพียงสวยเมื่อมองแยกกัน แต่สร้างจังหวะและมุมมองที่ต่อเนื่องไปกับสวนทั้งผืน โดย Wit Little Tree ดูแลแนวคิดและการออกแบบ Landscape ส่วน Olive De Casa รับผิดชอบการคัดเลือก ปรับสภาพ ขนส่ง จัดวาง และลงปลูกต้นโอลีฟ
เพราะบางครั้ง การหมุนต้นไม้เพียงไม่กี่องศา ก็สามารถเปลี่ยนภาพของสวนได้ทั้งหมด
ดูภาพวันที่ Olive De Casa นำต้นลงปลูก โดยมีคุณ Wit ช่วยพิจารณาองศาและการจัดวางบน Instagram
จากวันลงปลูก สู่การเติบโตในบ้านหลังใหม่
งานของเราไม่ได้สิ้นสุดในวันที่ลงปลูก หลังการปลูก ทีม Olive De Casa ติดตามการปรับตัวของต้น ตรวจสอบความแข็งแรง การแตกใบใหม่ ทรงพุ่ม และสภาพแวดล้อมรอบโคนต้น เพื่อให้แน่ใจว่าต้นไม้สามารถตั้งตัวในพื้นที่ใหม่ได้อย่างเหมาะสม
ภาพหลังผ่านช่วงเวลาหนึ่งแสดงให้เห็นใบที่เติบโตปกคลุมทรงพุ่มและต้นที่ยังคงแข็งแรง สิ่งนี้สะท้อนความสำคัญของการเลือกต้นที่มีสุขภาพดี การปรับสภาพก่อนส่งมอบ การเตรียมดินและระบบระบายน้ำ รวมถึงการดูแลหลังปลูกให้เหมาะกับสภาพอากาศของประเทศไทย

สำหรับต้นโอลีฟโบราณ ความสำเร็จของโครงการไม่ได้วัดจากความสวยงามในวันปลูกเพียงวันเดียว แต่รวมถึงการที่ต้นไม้สามารถเติบโตต่อไปและเป็นส่วนหนึ่งของบ้านในระยะยาว
ภาพคุณญาญ่าถ่ายคู่กับต้นโอลีฟที่มีใบเติบโตเต็มบน Instagram
ต้นโอลีฟ ไม่ใช่เพียงต้นไม้ แต่คือ Living Heritage
สิ่งที่ทำให้เราหลงใหลในต้นโอลีฟเก่าแก่เสมอมา คือไม่มีต้นใดสามารถทำซ้ำได้
ต้น Farga ที่มีอายุมากกว่า 1,000 ปีผ่านฤดูกาลและการเติบโตมานับสหัสวรรษ ก่อนเดินทางมาเป็นส่วนหนึ่งของบ้านหลังใหม่ในประเทศไทย
สำหรับ Olive De Casa นี่จึงไม่ใช่เพียงการนำ “ต้นไม้ใหญ่” มาตกแต่งสวน แต่คือการนำ Living Heritage — มรดกที่ยังมีชีวิต — เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน และปล่อยให้เรื่องราวบทใหม่ของต้นไม้เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับครอบครัวที่เลือกมัน
ต้นไม้ที่ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบที่สุด แต่ต้องเป็นต้นที่เมื่อวางลงในพื้นที่แล้ว รู้สึกราวกับว่ามันควรอยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่แรก
อ่านเพิ่มเติม
- ทำความรู้จักต้นโอลีฟสายพันธุ์ Farga
- ชมต้นโอลีฟ Exotic Millennium อายุ 1,000 ปีขึ้นไป
- ทำไมต้นโอลีฟถึงแพง
- การส่งมอบมรดกจาก Olive De Casa
- ชมผลงานการจัดส่งและลงปลูกของ Olive De Casa
คำถามที่พบบ่อย
ต้นโอลีฟ Farga อายุมากกว่า 1,000 ปี มีความพิเศษอย่างไร?
Farga เป็นสายพันธุ์โอลีฟเก่าแก่ที่โดดเด่นด้วยลำต้นขนาดใหญ่ พื้นผิวและร่องรอยตามธรรมชาติซึ่งเกิดขึ้นตามกาลเวลา ต้นแต่ละต้นจึงมีรูปทรงเฉพาะตัว และเหมาะสำหรับใช้เป็นต้นไม้ประธานในงาน Landscape ที่ต้องการเอกลักษณ์
เพราะเหตุใดจึงเลือกต้น Farga ต้นนี้สำหรับโครงการ?
นอกจากอายุและความหายาก ทีมงานยังพิจารณาบุคลิกของลำต้น ทิศทางของกิ่ง ความสมดุลของทรงพุ่ม และมุมมองเมื่อนำไปวางในพื้นที่จริง เพื่อให้ต้นไม้เชื่อมโยงกับสถาปัตยกรรมและภาพรวมของสวนได้อย่างเหมาะสม
การขนส่งและลงปลูกต้นโอลีฟขนาดใหญ่ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
ต้องวางแผนเส้นทางเข้าพื้นที่ อุปกรณ์ยก การป้องกันลำต้นและราก ระดับหลุมปลูก ระบบระบายน้ำ องศาของต้น และการพยุงหลังปลูก ทุกขั้นตอนต้องสัมพันธ์กับขนาดต้นและสภาพพื้นที่จริง
Olive De Casa และ Wit Little Tree รับผิดชอบส่วนใดของโครงการ?
Wit Little Tree รับผิดชอบแนวคิดและการออกแบบ Landscape ส่วน Olive De Casa รับผิดชอบการคัดเลือก ปรับสภาพ ขนส่ง กำหนดมุม จัดวาง ลงปลูก และดูแลต้นโอลีฟหลังปลูก
ต้นโอลีฟเก่าแก่สามารถเติบโตในสภาพอากาศประเทศไทยได้หรือไม่?
สามารถเติบโตได้เมื่อเลือกต้นที่แข็งแรง ผ่านการปรับสภาพ และจัดเตรียมแสง ดิน ระบบระบายน้ำ และการดูแลหลังปลูกอย่างเหมาะสมกับพื้นที่ ภาพติดตามผลของโครงการนี้แสดงให้เห็นการแตกใบและทรงพุ่มที่เติบโตแข็งแรงหลังลงปลูก

เขียนโดย ณัฐธิดา อิงคะวัต (Nattida Ingavat)
Co-founder, Olive De Casa
ณัฐธิดา อิงคะวัต ผู้ร่วมก่อตั้ง Olive De Casa ผู้เชี่ยวชาญด้านการคัดสรรและนำเข้าต้นโอลีฟเก่าแก่จากยุโรป รวมถึงการให้คำปรึกษาด้านการเลือกต้นและการจัดวางสำหรับงาน Landscape ในประเทศไทย ด้วยประสบการณ์กว่า 6 ปี ตั้งแต่การคัดเลือกต้นจากแหล่งปลูก การนำเข้า การปรับสภาพ ไปจนถึงการปลูกและการดูแลหลังปลูก โดยมีแนวคิดสำคัญว่า ต้นโอลีฟไม่ใช่เพียงองค์ประกอบของสวน แต่เป็นมรดกที่มีชีวิตซึ่งสามารถเติบโตและส่งต่อเรื่องราวจากรุ่นสู่รุ่น
