คำแนะนำการเลือกสายพันธุ์
บทความแนะนำสายพันธ์ุ จาก Olive De Casa
การปลูกต้นไม้ให้เจริญเติบโตงอกงามไม่ได้ขึ้นอยู่กับแสงแดดและการรดน้ำเพียงอย่างเดียว แต่เรื่องของดินก็เป็นหัวใจสำคัญที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องของความเป็นกรด-ด่างที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของพืช ในบทความนี้ Olive de Casa จึงขออาสาพาไปทำความรู้จักว่า ค่า pH ของดิน คืออะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อต้นไม้ และจะปรับปรุงดินอย่างไรให้เหมาะสมที่สุดสำหรับการปลูกพืชที่คุณรักกัน
ค่า pH ของดิน คือค่าที่ใช้บอกระดับความเป็นกรดหรือด่างของดิน โดยมีสเกลการวัดตั้งแต่ระดับ 0 ถึง 14 หากดินมีค่า pH เท่ากับ 7 จะถือว่าดินนั้นมีสภาพเป็นกลาง หากต่ำกว่า 7 จะมีสภาพเป็นกรด และถ้าสูงกว่า 7 จะมีสภาพเป็นด่าง ซึ่งระดับความเข้มข้นของความเป็นกรด-ด่างนี้เป็นปัจจัยหลักที่กำหนดว่าแร่ธาตุต่าง ๆ ในดินจะละลายน้ำ และพร้อมให้รากพืชดูดซึมไปใช้ได้ดีแค่ไหน
ค่า pH ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นธาตุอาหารโดยตรง แต่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืช ดังนี้
หากค่า pH ไม่เหมาะสม แม้จะใส่ปุ๋ยลงไปมากแค่ไหน พืชก็จะไม่สามารถนำธาตุอาหารไปใช้ได้ ตัวอย่างเช่น ในดินที่กรดจัด พืชอาจขาดธาตุฟอสฟอรัส แคลเซียม และแมกนีเซียม ในขณะที่ดินที่เป็นด่างจัด พืชก็อาจขาดธาตุเหล็ก แมงกานีส และสังกะสี ทำให้พืชแสดงอาการขาดธาตุอาหารออกมาให้เห็น
ความเป็นกรด-ด่างของดินส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาระบบราก ดินที่กรดจัดเกินไปมักจะมีอะลูมิเนียมละลายออกมามากจนเป็นพิษต่อราก ทำให้รากสั้น ไม่แตกแขนง และเมื่อรากมีปัญหา การส่งสารอาหารไปยังลำต้นและใบก็ลดลง ส่งผลให้ใบเหลือง ต้นแคระแกร็น และเติบโตช้า
เมื่อต้นไม้ไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้อย่างเต็มที่ ความสมบูรณ์ของต้นก็ลดลงตามไปด้วย ส่งผลให้การสะสมอาหารไม่เพียงพอต่อการสร้างตาดอก ทำให้พืชออกดอกน้อย ติดผลยาก ผลผลิตร่วงหล่นง่าย หรือได้ผลผลิตที่มีขนาดและคุณภาพไม่ตรงตามสายพันธุ์
โดยทั่วไปแล้ว pH ที่เหมาะสมในการปลูกพืชส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง 5.5 – 7.0 ซึ่งถือว่าเป็นช่วงกรดอ่อน ๆ ไปจนถึงเป็นกลาง เนื่องจากเป็นช่วงที่ธาตุอาหารจำเป็นแทบทุกชนิดสามารถละลายน้ำ และให้พืชดูดซึมไปใช้ได้ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม พืชแต่ละชนิดมีความต้องการความเป็นกรด-ด่างที่แตกต่างกัน ผู้ปลูกจึงควรศึกษาธรรมชาติของพืชชนิดนั้น ๆ อย่างละเอียดก่อนลงมือปลูก
รวมทั้ง ควรพิจารณาคุณสมบัติอื่นของดินร่วมด้วย เช่น การระบายน้ำ ความโปร่ง ปริมาณอินทรียวัตถุ ความเค็ม และความสมดุลของธาตุอาหาร เนื่องจากดินที่มีค่า pH เหมาะสมแต่แน่นและมีน้ำขัง ก็ยังทำให้รากขาดอากาศและเกิดโรคได้
การปรับค่า pH ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะการเปลี่ยนระดับเร็วหรือใช้วัสดุมากเกินไปอาจทำให้รากเสียหาย ควรเริ่มวิธีดังนี้
ค่า pH ของดิน คือปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสามารถของพืชในการดูดซึมธาตุอาหาร การเจริญเติบโตของรากและใบ รวมถึงการออกดอกและติดผล โดยพืชส่วนใหญ่มักเติบโตได้ดีในดินที่มีค่า pH ประมาณ 5.5 – 7.0 แต่ช่วงที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันไปตามชนิดและสายพันธุ์ของพืช ก่อนปรับสภาพดินจึงควรตรวจวัดค่า pH ให้ชัดเจน เลือกวัสดุปรับดินในปริมาณที่เหมาะสม และตรวจซ้ำหลังการปรับ เพื่อป้องกันไม่ให้ดินเป็นกรดหรือด่างมากเกินไป
นอกจากนี้ ควรดูแลเรื่องความโปร่ง การระบายน้ำ อินทรียวัตถุ และความเค็มของดินควบคู่กัน โดยเฉพาะการปลูกต้นมะกอกโอลีฟที่ต้องการดินระบายน้ำดีและไม่มีความชื้นสะสมบริเวณราก การศึกษาแนวทางการดูแลต้นโอลีฟอย่างถูกต้องจะช่วยให้สามารถจัดการทั้งดิน น้ำ แสง และธาตุอาหารได้เหมาะกับสภาพอากาศของประเทศไทย ส่งผลให้ต้นไม้เติบโตแข็งแรงและคงความสวยงามได้ในระยะยาว
สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นปลูกต้นมะกอกโอลีฟได้อย่างมั่นใจ Olive de Casa พร้อมให้คำแนะนำตั้งแต่การเลือกต้นให้เหมาะกับพื้นที่ การเตรียมดินและระบบระบายน้ำ ไปจนถึงการลงปลูกและดูแลหลังการขาย เพื่อให้ต้นโอลีฟสามารถปรับตัว เติบโตแข็งแรง และคงฟอร์มสวยได้อย่างยาวนาน สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 087-666-2662
ต้นโอลีฟเป็นพืชที่ชอบดินที่ระบายน้ำได้ดีและทนต่อสภาพความแห้งแล้ง ค่า pH ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับต้นโอลีฟจะอยู่ในช่วง 5.5 – 7.5 ซึ่งเป็นช่วงดินที่เป็นกลางไปจนถึงด่างอ่อน ๆ หากดินที่ใช้มีความเป็นกรดมากเกินไป ควรปรับสภาพด้วยปูนโดโลไมท์ก่อนนำมาใช้ปลูก
ต้นไม้จะแสดงอาการขาดธาตุอาหาร แม้ว่าจะบำรุงด้วยปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอแล้วก็ตาม เช่น อาการใบเหลืองซีด รากเน่า หรือต้นหยุดการเจริญเติบโต เนื่องจากความเป็นกรด-ด่างที่ผิดเพี้ยนไปล็อกธาตุอาหารในดินไว้ ทำให้รากพืชดึงไปใช้ไม่ได้
เปลือกไข่มีแคลเซียมคาร์บอเนตเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยลดความเป็นกรด และเพิ่มค่า pH ของดินได้จริง อย่างไรก็ตาม เปลือกไข่ใช้เวลาในการย่อยสลายนานมาก การล้างทำความสะอาดแล้วนำไปบดให้ละเอียดที่สุด หรือนำไปทำน้ำหมัก จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ในการปรับสภาพดินและบำรุงพืชได้ดีกว่าการโรยเปลือกไข่เป็นชิ้นใหญ่ ๆ